4 ห้องหัวใจ...

posted on 08 Jun 2009 11:02 by tawankh
ไม่ว่าชีวิตจะสูญเสียสักเท่าไร ถ้าหัวใจยังเหลืออยู่แค่เพียงเสี้ยวของหัวใจทั้งดวง เราก็ยังคงจะหายใจต่อไปได้

ธรรมชาติจึงให้หัวใจเรามาสี่ห้อง เพื่อให้แต่ละห้องทำหน้าที่ดูแลแต่ละส่วนของชีวิต

เราจะเห็นได้ว่า....เวลาที่คนเราสูญเสียสิ่งสำคัญบางอย่างไป

ผลที่ตามมาก็คือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

จนไม่มีอะไรเหลือเลย

บางคนเกิดมาเพื่อที่จะรัก

พอชีวิตสูญเสียความรักไป

อีกสักพัก...

เขาก็จะสูญเสียทุกอย่างตามไปจนหมดและอาจไม่เหลือแม้แต่ชีวิต

ในขณะที่คนบางคนเกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง

ความสำเร็จคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต

เมื่อชีวิตล้มเหลว

การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในด้านอื่นก็ตามมาอย่างไม่จบสิ้น

และอาจจะต้องสูญเสียหมดจนไม่เหลือแม้แต่ชีวิตเช่นกัน

ความสูญเสียหนึ่ง มักเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ

ของการสูญเสียในทุกสิ่ง ถ้าเราไม่จัดสรรปันส่วนให้กับแต่ละด้านของชีวิต

การที่ธรรมชาติให้หัวใจเรามาสี่ห้อง

ก็เพื่อให้เราเก็บแต่ละห้องไว้ดูแลแต่ละด้านของชีวิต

เมื่อห้องหนึ่งล้มเหลว

อีกสามห้องจะคอยประคับประคอง

จนกว่าอีกห้องจะผ่านพ้นวิกฤต

ต่อเมื่อหัวใจล้มเหลวพร้อมกันถึงสามห้อง

แต่ถ้ายังเหลืออีกห้องไว้สูบฉีดเลือดหล่อเลี้ยงร่างกาย

รอเวลาให้ชีวิตกลับมาซ่อมแซมตัวเอง

เราก็จะมีชีวิตที่สวยงามได้เสมอ

คนส่วนมากใช้ชีวิตแบบเทหน้าตัก

เพราะจัดสรรแยกแยะความสำคัญให้ชีวิตไม่เป็น

เมื่อเห็นว่าอะไรสำคัญก็จะใช้หัวใจทั้งดวงเก็บสิ่งนั้นไว้จนเต็ม

คนเรามักจะทุ่มเทหัวใจทั้งสี่ห้อง

ให้กับบางสิ่งบางอย่างไปทั้งหมดไม่เหลือแบ่งไว้ แม้เพียงเศษเสี้ยว

เมื่อมีความรัก

เราก็ยกหัวใจให้ความรักไปทั้งดวง

เมื่อต้องการความสำเร็จ

เราก็ยกหัวใจให้ความสำเร็จไปทั้งหมด

เมื่อผลนั้นไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ เราจึงหัวใจแหลกสลาย

สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคนทุกคน

ไม่ได้มีแค่สิ่งเดียว

เพราะคำว่าสำคัญที่สุด

อาจมีความเป็นที่สุดในแต่ละด้านที่แตกต่างกันไป

เราจึงต้องแบ่งแยกห้องในหัวใจ

เพื่อแยกแต่ละด้านให้ชัดเจน

ให้แต่ละห้องได้ทำหน้าที่ของตัวเอง

อย่างเต็มร้อยในส่วนของตัวเอง

"หากรักใครก็จงรักเขาให้เต็มร้อยในห้องของความรัก

เพื่อชีวิตจงทุ่มเทให้เต็มร้อยในห้องของความฝน

อย่าลืมแบ่งห้องหนึ่งไว้เพื่อเก็บหัวใจของมิตรแท้

และห้องสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือห้องของตัวเอง

ในวันที่ชีวิตเจอวิกฤตที่ยิ่งใหญ่

หัวใจเราจะได้ไม่แหลกสลาย

ไปพร้อมกันหมดทั้งสี่ห้อง"
...หลังจากเราเรียนรู้การแยกแยะความหมาย
ระหว่างการเกี่ยวก้อยเคียงกายกับการเกี่ยวพันทางจิตวิญญาณ
เราเรียนรู้ว่าความรัก ไม่ได้หมายถึงการสำนึกตระหนักสิ่งใด...
 
...คนรักก็ไม่ได้หมายถึงมั่นคงนิรันดร์
จุมพิตไม่ได้หมายถึงพันธะผูกพัน
และของขวัญก็ไม่ได้หมายถึงคำมั่นสัญญา...
 
...เราจึงเริ่มจะยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
ด้วยสมองมากกว่าหัวใจ ด้วยความลุ่มลึกแบบผู้ใหญ่
หาใช่ความลุ่มหลงแบบเด็กๆ เหมือนเก่า...
 
...พรุ่งนี้เลื่อนลอยเกินไปสำหรับการตั้งหวัง
เราจึงเรียนรู้ที่จะสร้างหนทางชีวิตทั้งหมดด้วยตัวเราเองในวันนี้
หลังจากเราได้เรียนรู้ว่า ถ้าอยู่กลางแจ้งนานเกินไป
แสงอาทิตย์อาจแผดเผาเราจนไหม้เกรียมได้...
 
...เราเรียนรู้ที่จะปลูกดอกไม้ในสวนของเราเอง
แทนที่จะรอคอยให้ใครสักคนนำช่อดอกไม้มาให้...
 
...เราได้บทเรียนจากทุกบทลา
ว่าแท้จริงเรายืนหยัดอยู่ได้
เข้มแข็งกว่าที่คิดไว้ คือคุณค่าความหมาย
คือสิ่งยิ่งใหญ่-ในตัวตนเราอย่างแท้จริง...

 ....จากหนังสือเล่มหนึ่ง...

...

posted on 22 Apr 2009 21:55 by tawankh
...ลอยล่อง เคว้งคว้าง เปล่าเปลี่ยว
   หนึ่งเดียว ไร้ซึ่ง จุดหมาย
   อุดมการณ์ ความรัก มลาย
   สุดท้าย เหลือหนึ่ง ตัวเรา...

 ...วันนั้น วันนี้ วันไหน
    สิ่งนั้น ตั้งใจ ไขว่คว้า
    สุดท้าย เหลือสิ่ง ได้มา
    ล้ำค่า คือหนึ่ง ตัวเรา...

...ของขวัญชีวิต...

posted on 22 Apr 2009 03:03 by tawankh

...เธอรู้อะไรไหม ทุกดวงใจในโลกนี้

    มีของขวัญที่ดีที่สุดของชีวิตซุกซ่อนไว้

    ในห้องหับลึกลับที่สุดข้างใน

    รอไว้กำนัลแด่ใครบางคนที่มีค่าพอ

 

...เธอรู้อะไรไหม

    ไม่มีใครหรอกที่อยากซ่อนของขวัญไว้

    เพียงแต่ตลอดมา

    ไม่มีใครมีค่าพอจะได้ไป

    มันจึงต้องซ่อนตัวอยู่ใน

    ห้องหับลึกลับข้างในเสมอมา

 

...บางครา...เธอรู้ไหม

    ฟ้าได้มอบของขวัญล้ำค่า

    ด้วยการกำหนดว่า

    เราต้องผิดหวังกับใครคนหนึ่ง

    ก่อนที่จะได้พบกับใครคนหนึ่ง

    ซึ่งเหมาะควรกับเรามากกว่า

 

...เป็นคนที่ใช่และมีค่า...

    เหมาะควรแก่ของขวัญจากฟ้า

    คู่ควรกับของขวัญเก่าแก่

    ที่ซ่อนลึกนานมา...ในดวงใจ...

 

ปล.จากหนังสือเรื่อง...ฉันรักเธอ...ฉันเกลียดเธอ...ชีวิต (เขียนโดย ปราย พันแสง)

...สวัสดี..อนาคตของฉัน...

posted on 18 Apr 2009 17:41 by tawankh

...สวัสดี...อนาคตของฉัน...

 

ตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้างนะ...

เธออาจจะกำลังแอบเหงาอยู่ในมุมหนึ่งของหัวใจบ้างรึเปล่า...

หรือว่าตอนนี้เธอกำลังมีความสุขอยู่กับใครคนหนึ่งรึเปล่า...

ณ ตอนนี้ ฉันยังคงไม่อาจได้รับรู้ถึงชีวิตของเธอเลย

เพราะ...เรายังไม่เคยได้เจอกันเลยใช่รึเปล่า...

 

ฉันจะเล่าเรื่องของฉันให้เธอฟังเอามั้ย...

ตอนนี้นะ ชีวิตของฉันมีความสุขดี

บางครั้งอาจจะมีความเหงาเข้ามาทักทายบ้าง

แต่มันก็น่ารักนะ มาแบบแปบๆ พอให้ฉันไล่เตะเล่นได้

สักพักพอมันไป ก็คิดถึงเหมือนกันเนอะ อิอิ

ตอนนี้...ฉันได้รับรู้ว่า...การใช้ชีวิตคนเดียว

มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย

อาจจะแย่อยู่บ้าง...ก็ตรงที่เมื่อไหร่จะได้เจอเธอ

ก็คงจะมีเท่านั้นล่ะ...

แต่ก็โดยรวมนะ นับว่ายังดีอยู่ล่ะ 

ได้เจอ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมายเหมือนกัน

น่าแปลกนะที่คนอย่างฉันจะมีเพื่อนเพิ่มเยอะแยะ

น่าแปลกนะที่คนอย่างฉันรู้จักที่จะรับคนอื่นเข้ามาคบหา

น่าแปลกนะที่คนอย่างฉันยอมไว้วางใจกับใครบ้าง

แต่คงไม่แปลกเกินไปหรอกเธอ..

ตราบใดที่คนอย่างฉันยังเขียนถึงเธอในอนาคตได้เลยนี่นา

 

นอนหลับฝันหวานนะคนดี

ฉันจะฝากดวงดาวไปกล่อมเธอยามราตรี

ฝากดวงจันทร์คอยเอียงมองเธอยามเหนื่อยล้า

ฝากสายลมพร่ำพรรณาคำรักแด่เธอทุกทิวา...ราตรี